ข้อดีของ Odoo Community Edition

​Odoo Community เป็นซอฟต์แวร์เวอร์ชันโอเพ่นซอร์สที่ทุกคนสามารถดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรี มีฟีเจอร์หลักและฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย และทำให้ Developers สามารถร่วมพัฒนาฟีเจอร์การใช้งานต่าง ๆ
9 สิงหาคม ค.ศ. 2024 โดย
ข้อดีของ Odoo Community Edition
Chonlathip Phichianwilai

​ ​ก่อนจะไปรู้จักกับ Odoo Community Edition (CE) เรามาทำความรู้จักกับ Odoo กันก่อน

Odoo เป็นระบบ ERP ที่รวมแอปพลิเคชันต่าง ๆ ทางธุรกิจ ไว้บนแพลตฟอร์มเดียวมากกว่า 40,000 Community App ตั้งแต่ ระบบงานขาย, CRM, eCommerce, ระบบบัญชี, ระบบคลังสินค้า และอีกมากมาย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในโมเดลการทำงานแบบโอเพ่นซอร์ส (Open-Source) สามารถนำไปใช้หรือพัฒนาต่อยอดได้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนนวัตกรรม โดยสมาชิก Odoo Community ที่ยังคงมีการใช้งานอยู่กว่า 1,500 ราย แต่ทั้งนี้ Odoo ไม่ได้มีเพียงโอเพ่นซอร์ส แต่ยังมีเวอร์ชัน Enterprise ที่สามารถ Subscription แบบรายเดือนหรือรายปีได้

Odoo Community คืออะไร?

​ ​Odoo Community เป็นซอฟต์แวร์เวอร์ชันโอเพ่นซอร์ส (Open Source) ที่ทุกคนสามารถดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรี มีฟีเจอร์หลักและฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย และทำให้ Developers สามารถร่วมพัฒนาฟีเจอร์การใช้งานต่าง ๆ โดยใช้ภาษา Python ซึ่งเป็นที่นิยมในวงการนักพัฒนา ทำให้เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและสตาร์ตอัปที่มีงบประมาณจำกัด

Odoo Community Edition

​ ​สำหรับคนที่สนใจใช้ระบบ Odoo มาเป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการธุรกิจ อาจเคยได้ยินมาบ้างว่า มีหลายองค์กรที่เลือกใช้ Odoo Community Edition มากกว่าใช้ Odoo Enterprise Edition

​ ​แล้วทำไมคนถึงนิยมใช้ Odoo Community Edition วันนี้ Roots จะพาไปดูข้อดีของ Odoo Community Edition เพื่อเป็นตัวเลือกประกอบการตัดสินใจในการเลือก Odoo เวอร์ชันไหนมาใช้งานในองค์กร

10 ข้อดีของ Odoo Community Edition

1. ไม่มีค่า Subscription

​ Odoo Community เป็นซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส (Open Source) ที่สามารถใช้งานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้งานหรือการดาวน์โหลด การจะเลือกระบบเข้ามาใช้งานในองค์กร ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘ต้นทุน’ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทุกองค์กรต้องคำนึงถึง การเลือกใช้ Odoo Community จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนของค่า License ของซอฟต์แวร์ ที่เป็นค่าใช้จ่าย Fixed Cost ที่ต้องจ่ายเป็นประจำทุกปีลง ในระยะเริ่มต้นค่า Subscription อาจดูไม่เป็นปัญหา โดยปกติเมื่อระยะเวลาผ่านไปราคาจะมีการปรับขึ้น และจะกลายมาเป็นค่าใช้จ่ายระยะยาวที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในปัจจุบันมีหลายองค์กรที่เปลี่ยนจาก Software License มาเป็น Open Source Software เพราะต้องการลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลง

2. มีความยืดหยุ่น ปรับแต่งได้ตามความต้องการ

​ จุดเด่นที่ทำให้ Odoo ได้เปรียบคู่แข่งคือคือ มีความยืดหยุ่น สามารถปรับแต่งและขยายฟังก์ชันการทำงานตามความต้องการของธุรกิจได้ ด้วยความที่ Odoo เป็นซอฟต์แวร์ Open Sourc ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงโค้ดต้นฉบับและแก้ไขปรับแต่งเองได้

3. มีโมดูลหลากหลาย

​ Odoo Community มีโมดูลที่หลากหลายให้เลือกใช้งานตามความต้องการ เช่น การจัดการคลังสินค้า การขาย การจัดซื้อ บัญชีและการเงิน การตลาด และการบริหารทรัพยากรบุคคล เป็นต้น ทำให้ Odoo เป็นซอฟต์แวร์ที่ครอบคลุมการทำงานทุกด้านของธุรกิจได้อย่างครบถ้วน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องซื้อซอฟต์แวร์เพิ่มเติมสำหรับการจัดการงานต่าง ๆ

4. รองรับการขยายตัวของธุรกิจ

​ Odoo Community Edition สามารถขยายขนาดตามความต้องการของธุรกิจได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ เมื่อธุรกิจดำเนินไปไปแล้ว หากต้องการขยายตัวสามารถเพิ่มโมดูลใหม่ ๆ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มเข้ามาได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบทั้งหมด

5. โปร่งใส ตรวจสอบได้

​ Odoo Community สามารถใช้งานได้ไม่จำกัด User เพราะไม่ต้องมาคอยกังวลกับค่า License หรือ Subscription ที่ต้องจ่ายในราคาแพง ทำให้องค์กรไม่ต้องใช้ระบบแบบจำกัดผู้ใช้งาน หรือมีการแชร์ Account กัน การทำงานต่าง ๆ จึงสามารถตรวจสอบได้ว่าใครทำอะไรไปบ้าง หรือมีข้อผิดพลาดที่ตรงไหนจะได้แก้ไขได้ถูกจุด ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

6. ทำงานได้มีประสิทธิภาพไม่ต่างจาก Odoo Enterprise Edition

​ Odoo Community Edition มีฟีเจอร์พื้นฐานที่ครอบคลุมการทำงานของธุรกิจทั่วไป เช่น การจัดการคลังสินค้า การขาย จัดซื้อ บัญชีและการเงิน และการบริหารทรัพยากรบุคคล เป็นต้น โดยสามารถปรับแต่งและขยายระบบได้ด้วยตัวเองผ่านการเข้าถึงโค้ดต้นฉบับ มีโมดูลเสริมที่หลากหลาย ซึ่งสามารถตอบโจทย์การทำงานขององค์กรได้เกือบทั้งหมด แม้ไม่ได้เสียค่า Subscription ก็ตาม 

7. Odoo OCA ชุมชนผู้พัฒนาที่คอยให้คำปรึกษา

​ Odoo Community มีชุมชนผู้พัฒนา หรือ OCA (Odoo Community Association) ทั้งในประเทศไทยและต่างต่างประเทศเพื่อสนับสนุนการใช้งาน มีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์และเพิ่มศักยภาพของธุรกิจมากมาย พร้อมให้คำแนะนำและความช่วยเหลือเกี่ยวกับการใช้งาน Odoo สำหรับผู้ที่สนใจอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน รวมไปถึงการทำ Thai Localization ให้เกิดขึ้นเป็นแนวทางและต่อยอดไปใช้งานเพื่อให้เหมาะกับธุรกิจของประเทศไทยมากที่สุด

8. มีการอัปเดตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

​ ด้วยการที่ Odoo Community เป็น Open Source ทำให้มีการพัฒนาและการอัปเดตต่าง ๆ จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการปรับปรุงและปรับเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยนักพฒนาจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อให้ฟีเจอร์การทำงานสามารถใช้งานได้สอดคล้องกับกระแสทิศทางของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ทำให้ Odoo เป็นซอฟต์แวร์ที่ไม่ล้าหลัง ไม่จำเป็นต้องเลิกใช้งานเมื่อถึงจุดหนึ่ง

9. รองรับหลายภาษา

​ รองรับการใช้งานในหลายภาษา เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ สามารถขยายการให้บริการไปยังตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้าออนไลน์ หรือการเปิดสำนักงานสาขาในต่างประเทศ ทำให้สามารถใช้งานได้ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย อีกทั้งยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ที่ดี ทำให้ธุรกิจดูเป็นมืออาชีพและให้ความสำคัญกับลูกค้าในแต่ละประเทศ

10. สามารถเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์อื่นได้

​ สามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์อื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย เช่น การเชื่อมต่อกับเว็บไซต์, ธนาคาร, Omni Channel หรือการรวมระบบกับ API ต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ Odoo ยังมีฟีเจอร์การนำเข้าและส่งออกข้อมูลในรูปแบบไฟล์ CSV และ Excel ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับซอฟต์แวร์อื่นได้ ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

​ ​และนี่เป็น 10 ข้อดีของ Odoo Community Edition ที่ผู้ใช้งานและนักพัฒนาจากทั่วทุกมุมโลกต่างเลือกใช้งาน


สนใจนำ Odoo ERP มาใช้ในองค์กร

ติดต่อเราเล​​ย

ข้อดีของ Odoo Community Edition
Chonlathip Phichianwilai 9 สิงหาคม ค.ศ. 2024
แชร์โพสต์นี้